[BT] Tatsumi 004 : hold me if i need to weep

posted on 06 Apr 2009 13:28 by kugutsu  in Blodwen

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของบลอดเวนนะคะ

  ต่อจาก

[BT] Tatsumi 003 : By Pretend to be a man in love

[BT] Gael 006: Roland (4) - จบ

 

Characters appear : ทัตสึมิ, เกล, ชาร์ลี, จิตรกร, ชีล่า (จริงๆก็แค่คนละประโยคอ่ะนะ ยกเว้นเกล )    

Author’s Note :ไม่รู้ว่า time line จะสับสนหรือเปล่า ยังคงเป็นคืนวันไวท์เดย์ แล้วก็กล่าวถึงช่วงหลังวาเลนไทน์ที่เกลโดนหลอกเอาเงินไป ..ไม่แน่ใจว่าจะสื่ออารมณ์ได้หรือเปล่า T_T แต่พยายามแล้วจริงๆนะ

---------------

 

แสงไฟสีเงินจากถนนส่องลอดหน้าต่างห้องพักเข้ามายังร่างที่นอนอยู่บนเตียง ทัตสึมินั่งลงบนเตียงของเจ้าของห้อง  เขาไม่ได้พูดอะไรเลย เขารู้ว่าควรจะพูด หรือคิดว่าควรจะพูด แต่ไม่มีคำใดหลุดจากปาก เกลตื่นอยู่ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากหมอนมองเขา เช่นกัน ริมฝีปากเกลขยับเหมือนจะพูดอะไรซักอย่าง แต่ก็เงียบลง เขาฟุบหน้าลงกับหมอน ความเงียบงันกลับเข้ามาในห้อง อีกครั้งที่เขาและทัตสึมิสร้างโลกที่ปราศจากคำพูด

ทัตสึมิเงยหน้ามองนาฬิกาบนพนัง  เข็มวินาทีหมุนช้าๆ ปราศจากเสียง นาฬิกาเดินตรง แต่บางอย่างในความรู้สึกทำให้ไม่มั่นใจว่ามันเป็นเวลาของโลกนี้จริงหรือ

 ในมือชายหนุ่มผมดำถือจดหมายฉบับหนึ่ง มันเป็นข้อความสั้นๆที่ส่งมาจากบ้านเกิดของเกล ส่งมาจากครอบครัว เป็นคำเตือนให้ระวังผู้มาเยือน .. เพื่อนเก่า ดูเหมือน เพื่อนคนนั้นเพิ่งจะต้มคนทั้งครอบครัวเกลว่าตาใกล้จะบอดต้องการเงินรักษา รู้ตัวอีกครั้งก็โดนหลอกเอาเงินไปหมด  ทัตสึมิทิ้งจดหมายฉบับนั้นลงบนพื้นตามเดิมก่อนจะมองไปรอบๆห้อง ห้องของเกลถูกรื้อค้น ของมีค่าโดนขนไปจนหมด สภาพห้องแทบจะดูไม่ได้ ส่วนเจ้าของห้องสภาพก็ไม่ต่างจากห้องเท่าไหร่ เห็นได้ชัดว่าจดหมายฉบับนี้มาช้าเกินไป .. ตัวเขาเองก็เหมือนกัน มาช้าเกินไป

เมื่อสามสี่วันก่อนรีพอร์ทรายงานการใช้งานตู้เอทีเอ็มถูกส่งถึงมือเขาเหมือนทุกวัน มิสนาตาลี ใช้ปากกาเน้นข้อความขีดรายการที่มียอดเบิกถอนมากผิดปกติมาให้เขา มันเป็นบัญชีชื่อ เกล แมคอาแวร์ ดูเหมือนหลายวันที่ผ่านมา ใครบางคนใช้บัตรเอทีเอ็มถอนเงินจากบัญชีของเกล วันล่ะเจ็ดหมื่น ซึ่งเป็นจำนวนเงินมากสุดที่จะถอนจากเอทีเอ็มได้  สุดท้ายเงินในบัญชีก็หมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ มันเป็นช่วงวันหลังวันวาเลนไทน์ เขาคิดจะมาหาเกลถามเรื่องนี้ แต่ก็มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของตัวเอง สุดท้ายเขาโยนเรื่องให้ฝ่ายดูแลลูกค้าจัดการ แต่ก็อย่างว่าพวกเธอเพียงแค่โทรหาลูกค้าสามสี่ครั้ง เมื่อไม่มีใครรับสายก็ถือว่าการติดต่อไม่สำเร็จ เรื่องปิดลงแค่นั้น ..  
เมื่อไม่มีผู้ร้องทุกข์ ก็ถือว่าไม่ผิดปกติอะไร … ทัตสึมินึกโทษตัวเองที่ช่างปล่อยปละละเลย …

 สายตาทัตสึมิหยุดลงตรงปลายเท้าตัวเอง บนพื้น ถุงยางอนามัยใช้แล้วตกอยู่ ความคิดหลายอย่างวนอยู่ในหัว เขาไม่อาจจินตนาการว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่สิ เขาคิดได้ แต่เรื่องนั้นเลวร้ายเกินกว่าจะทำใจเชื่อ …

เวลาเดินผ่านไปเรื่อยๆ  โดยปราศจากคำพูด ทัตสึมิวางมือลงบนหลังเกลลูบขึ้นลงเบาๆ เขานึกคำปลอบใจใดๆไม่ออก หรือไม่ในโลกนี้ คำพูดได้อันตรฐานหายไปหมดแล้ว  
เกลขยับตัวเข้าหาเขาช้าๆ  จากที่นอนคว่ำอยู่ ชายหนุ่มลุกขึ้น เลื่อนตัวมาซบหน้าลงบนไหล่เขา ทัตสึมิโอบแขนรอบตัวเกล มือยังคงลูบขึ้นลงบนแผ่นหลังชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย

ข้างนอกหน้าต่าง เขามองเห็นกิ่งต้นหลิวในบ้านตัวเองไหวด้วยแรงลม ทว่าในห้องนี้อากาศแทบไม่เคลื่อนไหว มีเพียงไหล่ของเกลที่สั่นเบาๆ  ขณะที่ร้องไห้เงียบๆกับไหล่เขาเท่านั้น

.

.

.

.

.

.

----------------------


ในคืนนี้ เกลนั่งอยู่ตรงข้ามเขาที่เคาน์เตอร์ในครัว ร่างสูงกำลังแปะพลาสเตอร์ยาลงบนหลังมือของเขา


เมื่อแปะเสร็จชายหนุ่มวางมือทาบลงบนมือหลังมือทัตสึมิ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง เช่นเคยดวงตาทั้งสองข้างของเกลซ่อนอยู่หลังผมหน้าหนา

“เป็นอะไรไป” เกลถาม แต่เขาไม่ตอบ หรือไม่ก็ไม่รู้จะตอบยังไง เขาทั้งรู้ และไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร


เมื่อไม่มีคำตอบ มือหนาปล่อยมือเขา ทัตสึมิลูบเบาๆบนหลังมือตัวเอง เขาโดนเศษแก้วจากขวดแชมเปญที่ตัวเองเป็นคนปัดแตกบาดเอา

มันเป็นอารมณ์ฉุนเฉียวที่เหมือนจะไร้เหตุผล เขาอยากให้อีกฝ่ายคิดว่าเป็นเพราะ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ทั้งเขาทั้งเกลรู้ดีว่าเขาไม่ได้เมาแม้แต่น้อย  และเหตุผลนั้นก็แทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวกับแอลกอฮอล์เลย

ทันทีที่ก้าวขาออกจากบาร์ แชลลี่ ชีน ตรงเข้ามาหาเขา ดูเหมือนหนุ่มชาวไทยจะสังเกตเห็นแผลบนหลังมือของทัตสึมิจึงตั้งใจเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง แต่สิ่งแรกที่ทัตสึมิทำคือพลักชีนออกอย่างแรงยังไม่ทันที่อีกฝ่ายแตะตัวเขา แถมยังตวาดใส่ให้ถอยไปเสียงดัง ทุกคนในที่นั้นหันมามองเขาเป็นตาเดียว จิตรกรผุดลุกออกจากเก้าอี้ ทำท่าจะตรงเข้ามาหา แต่ก่อนที่จะทันถึงตัว ใครบางคนก็เดินเข้ามาหาเขาจากข้างหลัง

เกลวางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่เขา ก่อนจะรุนหลังเบาๆให้ออกเดิน


ไม่มีคำพูด ทัตสึมิตรงกลับบ้าน โดยมีเกลเดินอยู่ข้างหลัง  ช่างเหมือนคืนนั้นที่เขาพาเกลกลับบ้าน สลับก็แค่ตำแหน่ง เพราะคืนนี้เป็นเกลที่พาเขากลับบ้าน

เมื่อถึงบ้านร่างสูงหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมาทำแผลให้เขา  ท่าทีที่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนทำให้รู้สึกเหมือนเกลอยู่ที่นี่มานานมาก ทั้งที่มันก็แค่สองอาทิตย์กว่าเท่านั้น

ในคืนนั้นทัตสึมิเอ่ยปากให้เกลมาค้างที่บ้านเขา สภาพของเกลทำให้รู้สึกว่าคงไม่ดีถ้าปล่อยให้อยู่คนเดียวแบบนั้นต่อไป แต่ตั้งแต่คืนนั้นเกลก็คล้ายๆจะย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว หนูตะเภาก็ด้วย ตอนนี้เจ้าหมาอ้วนนอนฟุบอยู่ที่ขาเขา ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง

“ฉันโมโหตัวเอง” ทัตสึมิพูด  หลังจากเงียบมานาน  เกลที่กำลังยืนอยู่หน้าตู้เย็นหันมามองเขา ร่างสูงเอียงคอก่อนจะยิ้มเงียบๆ ออกมา ชายหนุ่มเดินอ้อมเคาน์เตอร์ในครัวมายืนหลังทัตสึมิ วางมือลงบนไหล่อีกฝ่าย นวดเบาๆ

“ไม่ออกไปข้างนอกหรือ” เกลถาม  

“หืม ?”

“ก็เวลาโมโห หรืออารมณ์ไม่ดี คุณจะขับรถออกไปข้างนอก” เขาพูด

จริงอย่างที่เกลว่า เวลาที่อารมณ์ไม่ดี เขาจะคว้ากุญแจรถขับออกไปที่ไหนก็ได้ไกลๆ แต่ในคืนนี้ ..

เขาได้ยินเสียงหนูตะเภาครางเบาๆ ได้ยินเสียงเพลงจากลำโพงร้านตรงข้าม งานเลี้ยงยังดำเนินต่อไป เขารู้ว่าเขาทำไม่ดีต่อชีล่า .. แต่ไม่มีแก่ใจจะไปขอโทษ หรืออธิบายอะไร หากพรุ่งนี้เธอมาหาเขาก็คงเลี่ยงหน้าเธอ อย่างไม่ต้องสงสัย เขาเป็นคนแบบนั้นแหล่ะ หนีอยู่ตลอดเวลา

 แต่ในตอนนี้ เวลานี้ เขาไม่อยากจะขยับตัวหรือทำอะไรทั้งนั้น  น้ำหนักจากปลายนิ้วเกลยังคงกดอยู่ที่ไหล่เขา ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ความโกรธเมื่อครู่ค่อยจางลง


“ขี้เกียจไป” เขาตอบ ก่อนจะหลับตา เงยหน้าขึ้นทิ้งน้ำหนักพิงเกลที่ยืนอยู่ข้างหลัง

“นายก็อย่าเพิ่งไปไหนแล้วกัน” ทัตสึมิพูดอีกครั้ง เมื่อจบคำเขารู้สึกว่าเกลชะงักมือไปนิดนึง  

“อืม”

 ร่างสูงตอบก่อนจะเริ่มนวดทัตสึมิเบาๆ 

.

.

.

.

.

.

เกลลล  - - อืมม คู่นี้อารมณ์แบบนี้สินะ อยากให้เงียบๆ แล้วก็พึ่งพากันและกันอ่ะ ... แต่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรอีกรึเปล่า แต่งไม่ค่อยได้ดั่งใจเท่าไหร่เลย T_T มันต้องมีอะไรมากกว่านี้สิ ใส่ฉากด่วนเลย อ้าาา  /me สติแตก 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ทรายชอบตอนนี้มากเลยค่ะพี่

แบบว่าทำให้เห็นความคิดความรู้สึกของคุณทัตได้มากขึ้น...

ส่วนเกลนี่น่าสงสารจริงจัง ถ้าจดหมายมาเร็วกว่านี้ คงไม่เป็นแบบนี้สินะ...

กรนี่...ก้าวเข้ามาจะต่อยทัตเรอะ sad smile ขืนต่อยกันจริงๆ กรจะรอดมั้ยเนี่ย sad smile

#1 By ป้าซาบ on 2009-04-06 14:05

เหอๆๆ เราก้อยากให้มีฉากนา บรรยากาศออกจาให้ เมะแว่นกะเคะสูง คริคริ น่าสนใจออกจาตายไป

#2 By Gu_Tango on 2009-04-06 14:12

บางที ถึงจดหมายมาเร็ว สุดท้ายก็อาจจะไม่ได้ต่างกันมากก็ได้...

อ่านตอนฝนตก ได้อารมณ์มากๆ

ทัตสึมิคะ อารมณ์ไม่ดีไม่ควรขับรถนะ sad smile

#3 By Cyanic on 2009-04-06 14:50

*กอด*
ไม่ได้คอมเมนต์ทันทีตอนส่งให้อ่าน ขอโทษนะจ๊ะ อีฟรีบออกจากบ้านน่ะ (นี่หนีขึ้นมาเมนต์~ < ...บอกเพื่อ?)

ทัตสึิมิซังน่ารัก โผล่มาช่วยเกลทุกครั้งเลย เฮ้อ *ถอนใจ* เกลมันโง่วน่ะทัตซัง จากนี้ก็ฝากดูแลเกลของอีฟด้วยนะจ๊ะ *จับมือทัตซัง*

ขอบคุณเชคที่เขียนเฉลยอีกติ่ง เกี่ยวกับโรแลนด์น่ะจ้ะ ไม่มีใครเดาไว้เลยเนอะว่าโรแลนด์แหลสดแหลเปื่อย 555+ ต่อไปก็ได้เกลเป็นเพื่อนร่วมบ้าน(อย่างน้อยก็คงสักระยะล่ะนะ) อนุญาตให้ทัตซังของเชคใช้เกลได้ตามสะดวกเลยนะจ๊ะ

เอนทรี่นี้เชคเขียนรวบรัด แต่ก็ได้อารมณ์นะ ยิ่งตอนช่วงบ่ายฝนตกด้วยยิ่งได้อารมณ์ไปกันใหญ่ (แต่ตอนเขียนคอมเมนต์นี้ฟ้าก็ใสซะแล้วล่ะ) ถ้าเป็นอีฟเขียนก็คงให้บทเกลประมาณนี้เหมือนกัน อ่านแล้วอยากเขียนตอบทันทีเลย แต่ว่ายังไม่ได้ ต้องรอก่อน cry เร็วสุดก็ประมาณสองทุ่มละ กว่าจะได้นั่งหน้าคอม.อีกรอบ แล้วก็ฟังเพลงทำอารมณ์ด้วย ~XD

+ ขอบคุณมากจ้ะที่หยิบเกลไปเขียน ดีใจมากเลย big smile (เวลาเห็นเกลในเอนทรี่อื่นๆ ของชาว BT ก็ดีใจมากเลยล่ะ 555+ cry )

ปล.อยากจะคอมเมนต์ให้เชคยาวๆ จังเลย แต่อีฟคิดไม่ออกแล้วล่ะ 555+

#4 By อีฟ on 2009-04-06 15:47

ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ เอ้า! สาดน้ำสงกรานต์จ้ะ

#5 By อีฟ on 2009-04-06 15:55

ไม่มีใครไม่เจ็บปวดหรอกนะ...



แอ๊บทำตัวเป็นนางเอก


เขียนต่อๆ

/me สาดเกลือ สาดพริกใส่กองไฟ อ้อนวอนเทพเจ้าให้เชคเขียนต่อ
อ้าว นั่นไม่ใช่วิธีบูชาหรอกเหรอ embarrassed

#6 By [BT] Shila @ Brown Sucre Bar on 2009-04-06 18:05

แวะมาสาดน้ำ ><
ขันน้ำ ดอกมะลิ

#7 By dearchan on 2009-04-06 20:33

ทำไมอ่านคำว่า "มาช้าเกินไป" ของทัตสึมิแล้วรู้สึกถึงความเจ็บปวดพิกล

ชอบตอนนี้ สั้นๆ รวบรัด แต่อธิบายภาพอะไรหลายๆอย่างได้ดี

อุตส่าห์หลอกตัวเองมาตั้งนานว่า โรแลนด์ ไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก (ตั้งแต่อ่านเอนทรีของคุณอีฟแล้ว) แต่พอมาอ่านของพี่เชค มันเหมือนตอกย้ำว่า "อา, โลกเราไม่ได้สวยหรูนะ ไอ้หนู"

สงสารเกลพิกล...

ไม่สิ, ไม่ใช่สงสาร มันเป็นอีกความรู้สึก ที่ผมก็ยังไม่รู้จะอธิบายยังไง?

#8 By aki on 2009-04-06 20:44

ได้อารมณ์มากๆ... ขนาดอ่านผ่านๆนะเนี่ย...

อ่ะสดาน้ำสงกรานต์ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#9 By bloommifild on 2009-04-06 20:53

อบอุ่น ระคนเหงาค่ะ ฮืออออออออ

#10 By KuRiKa on 2009-04-13 00:09