[BT] Tatsumi 005 : Mirage

posted on 12 May 2009 21:35 by kugutsu  in Blodwen

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของบลอดเวนนะคะ


Characters appear : ทัตสึมิ, ชีล่า

Time Line : หนึ่งเดือนหลังจากวันไวท์เดย์ ช่วงประมาณก่อนสงกรานต์หนึ่งวัน
ต่อจาก  :

[BT] Shila : Smoke Gets In Your Eyes


สรุปเป็นความเดิมตอนที่แล้วได้ดังนี้ –
ทัตสึมิและชีล่า เป็นเพื่อนคุยกันมานาน กระทั่งวันไวท์เดย์ ชีล่ากอดทัตสึมิ เขาคิดว่าเธอกอดเพราะต้องการใช้เขาแทนวิคเตอร์คนรักเก่า ทัตสึมิไม่พอใจเขาระบายอารมณ์ด้วยการขว้างขวดแชมเปญที่ได้เป็นของขวัญวันไวท์เดย์จากเธอลงพื้น หลังจากนั้นก็หลบหน้าเธอมาตลอด  จนกระทั่งหนีต่อไปไม่ได้แล้ว เขาเลยมาหาเธออีกครั้ง

Author’s note : ดองไว้เกือบสองเดือนแหน่ะ … oTZ ก่อนอื่นก็ขอโทษด้วยค่ะ ทำให้คู่นี้ไม่คืบหน้าไปไหนเลย เทพหมีโยนเผือกร้อนๆให้ ไอเราก็รอมันเย็นจนมันราขึ้น .. เหอ เหอ เหอ แต่นะทั้งที่เป็นพล้อตง่ายๆ แต่ก็เพิ่งจะสุกงอมวันนี้ตอนเช้าตอนที่นั่งฟังเพลงเก่าๆของ Damien rice … อย่าถามว่าเพลงอะไร เพราะเพลงมันไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องที่เขียนเลย oTZ  นี่น่าจะเป็นหรืออาจจะเป็น บทสรุปของสองคนนี้ .. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็อาจจะมีอะไรตามมาและตามมาอีกก็ได้ เขียนแบบเปิดท้ายนิดหน่อย แห้ะๆ  ขอบคุณที่อ่านมาถึงตอนนี้ และจะดีใจมากถ้าทนอ่านจนจบได้ T_T
-----------------------------------





“ฉันเห็นลูกค้าทุกคนในร้านนั้นแหละ”   

ผมมองดูเธอหยิบแก้วเหล้าของผมไปเติมให้ มือของเธอผอมบาง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรแน่ แต่ในคืนนี้ สำหรับผม เธอดูตัวเล็กลงกว่าที่เคย เมื่อเธอหันหน้ามาอีกครั้ง ผมถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่านี่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งเดือนกว่าที่เราสองคนพูดคุยกันตรงๆ

  แก้วเหล้าถูกวางลงบนที่รองแก้วสีขาว ก่อนประโยคถัดไปจะหลุดจากปากเธอ
 
"แต่ฉันมองแค่คุณเท่านั้นเอง..."
.
.
.
.
.

------------



...  ตอนเด็กๆเวลาที่ต้องนับจำนวนคนในกลุ่มที่มีตัวผมรวมอยู่ด้วย ... ผมมักจะลืมนับตัวเองอยู่เสมอ  ไม่ใช่เพราะผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นสังกัดของกลุ่ม แต่มักจะคิดว่าตัวเองสมควรได้รับอะไรพิเศษ แตกต่างจากชาวบ้าน  ..   ทว่าไม่ว่าจะด้วยเหตุไหน ท้ายสุดแล้ว ทุกครั้ง ผมกลายเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ถ้าไม่ขาด ก็เป็นส่วนที่เกินมา...     ถึงตอนนี้ผมก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ดี






    ผมไม่ทราบเลยว่าเรื่องทั้งหมดระหว่างผมกับเธอ เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะตั้งแต่คืนไวท์เดย์ หรือยาวไกลกว่านั้น ผมไม่มีทางรู้แน่ชัด หากไม่เอ่ยปากถามเธอในตอนนี้ ซึ่งผมก็คงไม่ทำอยู่ดี  
    ในคืนไวท์เดย์ ผมจงใจปัดขวดแชมเปญจน์ที่ได้เป็นของขวัญจากเธอหล่นลงพื้น หลังจากที่เธอเพิ่งกอดผม  กอดนั่นไม่สมควรจะมีความหมายอื่นใดเป็นพิเศษ นอกจากการปลอบโยน แต่นั่นกลับทำให้ผมรู้สึกโมโหขึ้นมา ..  เหตุผลมีสองข้อ คือ ข้อหนึ่งผมคิดสกปรกกับเธอ และข้อสอง ... คืออ้อมกอดที่ได้รับทำให้ผมหดหู่สะเทือนใจ ที่ได้ตระหนักว่าตัวผมนั้นว่างเปล่าขนาดหนัก ...
      ตลอดสามปีที่ผ่านมา ผมมานั่งคุยกับเธอที่นี่ มองตัวเองว่าเป็นชายที่มีอดีตฝังใจไม่สามารถลืมได้ มีคนรักที่อยู่ห่างไกล รักที่ไม่สมหวังเช่นเดียวกับเธอ ผมนั่งอยู่ที่นี่ แสร้งทำเป็นว่าเข้าใจดีว่าเธอรู้สึกอย่างไร หลอกตัวเองว่าผมก็รู้สึกอย่างเดียวกัน แต่ที่จริงแล้ว ผมไม่มีอะไรเหมือนเธอเลยแม้แต่น้อย
     ตั้งแต่คืนนั้นผมหลีกเลี่ยงการต้องคุยกับเธอมาตลอด จนถึงคืนนี้เมื่อรู้ตัวว่าผมหนีหน้าเธอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ผมจึงมาพบเธอเพื่อขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น (แต่แน่ละผมไม่คิดจะบอกให้เธอทราบถึงสาเหตุ) ทว่าเมื่อเธอยืนอยู่หน้าผม ตรงนี้ ตอนนี้ และเมื่อเธอพูดเรื่องที่อยู่ในใจออกมา ผมจึงตระหนักได้ว่าไม่ใช่แค่ภาพของตัวเองเท่านั้นที่ผมสร้างขึ้นแต่ภาพของชีล่าที่ผมมองก็เช่นกัน  ระหว่างเราผมสร้างหมอกหนากั้นขวางเอาไว้ ผมเลือกมองเพียงแค่ภาพลวงตาที่ผมสร้างขึ้นมาเอง  ผมพอใจจะคิดว่าเธอเป็นหญิงสาวที่มีรักมั่นคงต่อชายที่อยู่ห่างไกล ผมโปรดการจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเธอเวลาเธอเหม่อมองไปที่ไกลๆ หรือแม้แต่หลงรักเธอที่เอ่ยถึงอดีตคนรัก รู้สึกวางใจและอบอุ่นใจเวลาเธอปลอบโยนผม บอกว่าซักวันเราทั้งคู่จะได้รับการเยียวยาจากความบอบช้ำในอดีต ..  ทั้งที่ที่จริงแทบไม่เคยมีเรื่องดังกล่าว หรือถ้ามี ทีละน้อย ทีละน้อย เรื่องเหล่านั้นก็โดนเวลาพาให้เลือนจางไป ..    

    เมื่อเธอเผยความรู้สึกออกมา ม่านหมอก และภาพลวงเหล่านั้นพลันสลาย ผมที่หลอกตัวเองมาตลอดกลับรู้สึกเหมือนถูกหลอก ...  ทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดของเธอเลย
    
     ชีล่าผลุบตาลงก้มหน้ามองมือตัวเอง ผมจ้องมองเธอ ค้นหาผู้หญิงคนที่ผมรู้จัก แต่ตรงหน้าผมมีเพียงหญิงสาวที่มีท่าทีอ่อนไหว คนที่เพิ่งบอกความรู้สึกออกไปและกำลังรอคอยคำตอบ  ผู้หญิงมั่นใจในตัวเองที่เก็บความรักในอดีตลงในหัวใจลึกๆคนนั้นหายไหน .. ผมเอื้อมมือไปกุมมือเธอ เธออยู่ตรงนี้จริง ต่อหน้าผม เหมือนที่อยู่มาตลอด ชีล่าเงยหน้าขึ้นสบตาผม  ตอนนั้นเองที่ผมได้รู้ว่า ที่ผ่านมา ผมเห็นแค่เพียงสิ่งที่ผมอยากจะเห็น และเชื่อแค่สิ่งที่ผมอยากจะเชื่อเท่านั้น ผมไม่รู้จักเธอเลยแม้แต่นิดเดียว  
    
    "ออกไปข้างนอกกันเถอะ" ผมพูดพลางปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ








    ข้างนอกอากาศอุ่น ซากุระต้นใหญ่ยืนต้นตระหง่าน ออกดอกสะพรั่ง แต่อีกไม่ช้าไม่นานพวกมันคงพากันร่วง ฤดูใหม่กำลังจะมาถึง ฤดูร้อนที่ท้องฟ้าดูเหมือนจะอยู่สูงเกินไปอยู่เสมอ ผมนั่งลงตรงเก้าอี้ยาวริมน้ำ ไม่ไกลจากจุดที่เธอเคยกอดผม เธอมีท่าทีลังเล แต่ก็นั่งลงข้างผม ทอดระยะห่าง เหมือนยังคงมีแก้วและขวดแชมเปญกั้นกลาง ทั้งที่เรื่องทั้งหมดเพิ่งผ่านมาครึ่งเดือน แต่กลับรู้สึกเหมือนมันยาวนานกว่านั้นมาก

    ผมปรารถนาจริงๆให้ระหว่างเราไม่มีอะไรเปลี่ยน

    "ตอนที่คุณกอดผม ผมนึกว่าคุณแค่อยากได้คนปลอบใจซะอีก ..  "
    
    "ก็ส่วนหนึ่ง แต่ใช่ว่าฉันจะกอดใครก็ได้หรอกนะ" ผมหันมองใบหน้าด้านข้างของเธอที่มองตรงไปข้างหน้า มันต่างจากคืนก่อนๆเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ตลอดมาเวลาที่หันมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอผมมักจะคิดเอาเองว่าเธอกำลังมองออกไปไกลๆ ยังที่ที่ไม่สามารถเอื้อมถึง ทั้งที่ที่จริงความคิดของเธออยู่ใกล้แค่นี้เอง
    
     ผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเผลอถอนหายใจเสียงดัง เธอหันมามองผม ขมวดคิ้ว
    
    "นี่มันเสียมารยาทมากๆ ทัตสึมิ"  ผมมองหน้าเธอ พบว่าเธอกำลังมองผมตาเขียว  การถอนหายใจหลังจากเพิ่งถูกบอกรักนี่มันแย่มากจริงๆด้วย ..แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันทำให้ผมยิ้มออกมา รู้สึกบรรยากาศเคร่งเครียดเมื่อครู่ค่อยจางลง
 
    "ขอโทษครับ" ผมพูด ผุดขึ้นนั่งตัวตรง ส่วนเธอได้แต่ส่ายหน้าเป็นคำตอบ
 
    "เราเหมือนเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน" เมื่อผมพูดอีกครั้ง เธอหันมามองผม

    "หมายความว่าไง" เธอถาม

    "เราเป็นเพื่อนคุยกันมานานมาก .. แต่ทุกครั้งดูเหมือนหัวข้อจะอยู่ที่ว่า เรายังมีใครคนหนึ่งฝังใจที่ไม่อาจลืมได้ ... เราไม่เคยไปไกลกว่านั้น" ผมเงียบครู่หนึ่งพยายามเฟ้นหาคำพูดที่ดีที่สุด แต่พบว่ามันยากเหลือเกินที่จะพูดออกไปโดยไม่ต้องทำร้ายความรู้สึกเธอ ….
 
    "ทุกครั้งที่ผมคุยกับคุณ ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนพิเศษเหมือนคุณ เป็นคนที่จะรักอะไรอย่างอื่นนอกจากตัวเองได้ ผมกระทั่งคิดไปเองว่า เราเหมือนกันตรงที่เราสองคนเป็นคนน่าสงสารมีแผลใจและไม่สามารถลืมคนรักในอดีตได้   ผมคิดเอาเองว่าคุณเป็นแบบนั้น แล้วก็แสดงออกว่าตัวเองเป็นแบบนั้นเหมือนคุณ ทั้งที่เรื่องจริงแล้วมันไม่ใช่ เราไม่มีอะไรเหมือนกันสักนิด"
    ชีล่าหันมองผม เธอมองมาที่ผมแน่ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเธอเห็นผมที่เป็นผมจริงๆ หรือผมคนที่เธอรู้จัก

    "ไม่ว่าคุณจะชอบผมเพราะอะไร ... คุณคงต้องผิดหวัง เพราะผมไม่ใช่คนอย่างที่คุณคิดหรอก ที่ผ่านมาทั้งหมด มันเป็นเรื่องโกหกเรื่องนึงเท่านั้น"
    
    เมื่อพูดจบ ความเงียบค่อยๆวางตัวขั้นกลางระหว่างเรา ถึงตอนนี้ดวงตาสีอ่อนคู่งามของเธอคลอรื้นไปด้วยน้ำตา เธอใช้มือปาดมันออกก่อนที่มันจะร่วงหล่นมาด้วยซ้ำ สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนผมจะไม่ได้คิดไปเองคือเธอเป็นผู้หญิงแข่งแกร่ง และคงใช้เวลาไม่นานนักกว่าที่เธอจะก้าวผ่านเรื่องนี้ไปได้  
    
    "คุณว่าทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นเรื่องโกหกเหรอ" เธอถาม ผมหันมองเธอ เธอสบตากับผมตรงๆ
    
    ทั้งที่เมื่อกี้ผมเป็นคนพูดออกมาแท้ๆ แต่เมื่อโดนถามย้ำ ผมกลับไม่สามารถยอมรับออกมาได้ ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนเลวที่หลอกลวงเธอ แถมยังมีหน้าจะแสดงท่าทีว่าเธอก็หลอกผม ทั้งๆที่จริงๆแล้วผมคิดเอาเองอยู่คนเดียว ผมได้แต่นิ่งเงียบ แต่นั่นก็เหมือนเป็นคำตอบรับอยู่แล้ว
    
    "ถ้าอย่างนั้นก็ได้"
    
     .... ก็ได้อะไร .. ผมอยากถามแต่ก็ไม่ได้ถามออกมา ชีล่าเองก็ไม่ได้มีประโยคอธิบายใดๆหลังจากนั้น เราเงียบกันอยู่ครู่หนึ่ง เธอเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนก่อน

    "ฉันอยากพูดว่า ‘หวังว่าเราทั้งคู่จะได้รู้จักกันมากกว่านี้’ ทัตสึมิ" เธอพูด ไม่ได้หันมองมาทางผม

     "แต่จริงๆแล้ว ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน"
    
    “ทำเป็นว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นได้มั้ย"  ผมถามอีกครั้ง อย่างที่ผมบอก ผมไม่อยากให้มีอะไรเปลี่ยนไประหว่างเรา แม้จะรู้ว่าไม่ว่ายังไงเรื่องนี้ก็ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิม ตลอดมาการได้พูดคุยกับเธอเป็นเรื่องพิเศษสำหรับผม .. ถึงจะเป็นเรื่องพิเศษที่จอมปลอมก็เถอะ
    
    "ไม่ได้หรอก....  ก็ฉันไม่ใช่คนแบบคุณนี่"  เธอตอบก่อนจะหันมายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย
 
    ผมนึกว่าเธอจะพูดว่า ลาก่อน แต่เธอก็ไม่ได้พูดมันออกมา เธอเพียงแค่เดินกลับไปที่ร้าน ทิ้งผมให้นั่งอยู่เช่นนั้น เฝ้ามองดอกซากุระร่วงหล่นจากต้นเพียงลำพัง  


 

 

 

อืมมมม  oTZ  คิดตามจริงน่าจะได้แบบนี้นะ ตรงไปตรงมากับตัวทัตสึมิที่สุดแล้ว แต่ก็หวั่นจะทำให้คาแรคเตอร์ชีล่าบิดเบือนหรือเปล่า ...  หวังว่าคงไ่ม่ ..  อืม กลายเป็นโกรธกันซะงั้นเหรอ ?oTZ แต่เวลาจะเยียวยาความสัมพันธ์ล่ะนะ หลังจากนี้ก็คงตึงๆกันนิดหน่อย ห้ะๆๆ oTZ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

“ทำเป็นว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นได้มั้ย"
"ไม่ได้หรอก.... ก็ฉันไม่ใช่คนแบบคุณนี่"

ใช่ ไม่ผิดเลย ให้หลอกตัวเองว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมันน่าเศร้าไปนะ
แล้วคงไม่โกรธหรอก แต่คงไม่กล้ามอง กลัวถูกโกรธ
สำคัญที่...คงไม่กล้าพูดด้วยจริงๆ
ตอนนี้...เสียเรื่องพิเศษไปแล้วสินะ...




แอร๊ยยยยย กอดเชค ขอบคุณมากค้าบ
ระหว่างนี้บรรยากาศคงมาคุไปอีกพัก อา...ไม่รู้จะได้คุยอะไรกันไหมนะ ดูแล้วไม่น่าจะเป้นบทสนทนายาวๆ ได้เลย ชีล่าคงไม่หนี...ไม่ใช่วิสัย แต่เลี่ยง...เพราะยังไงก็หลบหน้าไ่ม่ได้ ไม่อยากทำ

ขอบคุณอีกครั้ง เลิฟๆ หมัวะ cry

#1 By [BT] Shila @ Brown Sucre Bar on 2009-05-12 22:09

อือ ถ้าเีขียนประมาณนี้ก็ต้องบอกว่า ทั้งคู่ไม่รู้จักกัน แต่คิดไปเองว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นคนแบบที่ตนเองต้องการ
ซึ่งจริงๆ คือไม่

อีฟค่อนข้างชอบทัตสึมิ เขารู้สึกถึงจุดนี้ขึ้นมา และพูดออกมา ไม่ยึดติดกับโลกจินตนาการ หรือหลอกตัวเองเรื่อยเปื่อย
อีฟรู้สึกว่า ไอ้เรื่องทัตสึมิจะมองชีล่าผิดหรือถูกเนี่ย ไม่ค่อยสำคัญ แต่สำคัญที่เขาพูดออกมาอย่างที่คิด

อีกเรื่อง การให้คำตอบที่ชัดเจนลงไปมันก็เป็นการกระทำที่แมนดี ยุติธรรมกับฝ่ายหญิงด้วย

ขอสารภาพว่าความคิดเห็นของทัตสึมิต่อตัวละคร 'ชีล่า มาร์โซ' ค่อนข้างตรงกับอีฟ ขอใช้คำว่าค่อนข้าง เพราะไม่ตรงทั้งหมด

แล้วก็ ขอพูดในฐานะผู้ถือตัวละครอย่าง 'เกล แมคอาแวร์'
...อีฟชอบนายทัตสึมิมากกว่าเกลเยอะ...
ถ้าเป็นตัวละครอย่างเกลจะไม่ทำอย่างทัตสึมิ ทำไม่ได้ เกลไม่กล้าตัด (เรียกว่า...ถ้าเป็นแผลเน่า ก็ปล่อยให้มันเน่าจนลามตายกันไปข้าง) ซึ่งน่ารำคาญทีเดียว

รอดู bt เอนทรี่ถัดไปของเชคละกัน big smile เขียนเร็วๆ เข้า อีฟรอจนอืดแล้ว~

#2 By อีฟ on 2009-05-12 23:49

...จริง ๆ แล้ว

ที่นายพูดแบบนี้กับชีล่า เพราะว่านายเป็นคนดีน่ะสิทัตสึมิ

จบได้ดีนะ ชอบจัง ซากุระนั่น 555 มีไว้เพื่อการนี้เลยนะเนี่ย XD

#3 By ++Wadoiji++ on 2009-05-13 02:11

^
^
ขำโด๋ย 555+
ชั้นเมพมั้ยล่ะ ปลูกซากุระเพื่อฉากนี้โดยเฉพาะ open-mounthed smile

#4 By [BT] Shila @ Brown Sucre Bar on 2009-05-13 02:16

อา...ที่แท้ซากุระมีไว้เพื่อฉากนี้นี่เอง

คิดว่าคงไม่ใช่โกรธกันหรอกค่ะ แต่คงต้องใช้เวลาสักพักแหละนะ ความรู้สึกแบบนี้คงไม่ใช่โกรธ แต่เข้าใจยากกว่าโกรธนะเป้ว่า อารมณ์โกรธน่ะยังปรับความเ้ข้าใจกันง่ายกว่า

แต่ก็ชอบการที่ทัตสึมิตอบตรงๆ นะ ดีกว่าลองพยายามสานสัมพันธ์ดู แล้วสุดท้ายก็ไปไ่ม่รอด แบบนั้นต่างฝ่ายจะยิ่งเสียความรู้สึกมากกว่า

ต่อไปก็เป็นยุคทัต-เกล สินะคะ

#5 By Cyanic on 2009-05-13 20:29

ต่อไปก็เป็นยุคทัต-เกล สินะคะ <--- นั่นสิคะ? จับทัตแต่งงานกับเกลเลยละกัน จะได้กลายเป็นคู่ สามี-สามี คู่แรกในบลอดเวน เหอเหอเหอ open-mounthed smile
( ย...ยิ่งไปกันใหญ่ orz !!!)

ปล.แวะเข้ามาไซโค เคิร์ก*สป็อค น่าร้าก~ cry (ข่าวว่าไม่เกี่ยวกับ BT )

#6 By อีฟ on 2009-05-14 01:52



เต๊าะเด็กคือ คำตอบสุดท้าย ยังไงล่า

ไม่สิ Y ยังไงล่า ทันสึมี๊

#7 By Raveno Sinyor on 2009-05-16 11:44

อยากบอกว่า ชอบคนแบบ ทัตสึมิ ชะมัด
รู้สึกอะไร ยังไง ก็พูดมันตรงๆ แมนมาก โดน =[]=b+!!

ตอบกันตรงๆ แบบนี้ไปเลยดีกว่า ดูมั่นคงดี XD
แถมยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย ไม่ต้องให้ความหวังให้เจ็บช้ำ /อึก

ขำเม้นหลังของพี่อีฟ
ฮา ทัต เกล จะแต่งงานเป็นคู่แรกสินะ!!!

#8 By Amina Eirwen on 2009-05-17 14:22

พึ่งมาอ่านย้อนตอนนี้ ช้าไปมั้ยเธอ(by พัดชา แอ๊ )

อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกว่า ทั้งทัตทั้งชีล่าเองเป็นตัวละครที่ตรงไปตรงมาและดูให้เกียรติความคิดตัวเอง และความคิดของผู้อื่นดีนะคะ

แบบว่า...


..


...

ความจริง พูดอะไรไม่ออกแหละค่ะ แอบเสียใจที่คู่กุ๊งกิ๊งรุ่นใหญ่ในเมืองนี้หายไป (เพราะชอบคู่นี้อยู่พอตัวเลยล่ะเออ ) จะรออ่านตอนต่อๆไปของทั้งพี่เชค และเทพหมีนะคะ

บรรยากาศของสองคนนี้ต่อไปก็คงจะชวนอึดอัดขึ้นบ้าง แต่มันคงจะจางลงไป ซักวันแหละเนอะ ฮึก(/me หลั่งน้ำตา)

#9 By Demetria Nachtwey on 2009-05-30 00:21