[BT] Tatsumi 006 - Back
posted on 24 Jun 2009 22:27 by kugutsu in Blodwenเอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของบลอดเวนนะคะ
สรุปเป็นความเดิมตอนที่แล้วได้ดังนี้ –
เกลโดนคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนวัยเด็กที่รักยิ่ง หลอกว่าตาใกล้บอด ขอนอนด้วย พอยอมให้ก็กลายเป็นว่าพอตื่นเช้ามาก็โดนยกเค้าเอาของมีค่าไปเรียบร้อยแล้ว เสียทั้งตัว เสียทั้งทรัพย์ แถมยังเสียความรู้สึกด้วย ทัตสึมิที่รู้เรื่องเลยเข้ามาหาด้วยความเห็นใจและลากไปอยู่บ้านด้วย เพราะเกลแทบทนเห็นห้องตัวเองไม่ได้ จนเดือนผ่านไปในที่สุดเกลก็ทำใจกลับมาเยือนห้องตัวเอง อีกครั้ง ทัตสึมิตามมาที่ห้องเมื่อเห็นว่าเกลไม่กลับมาซะที เกลบอกความรู้สึกของเขาที่มีต่อโรแลนด์ (เพื่อนที่หลอก) บอกขอบใจทัตสึมิ และบอกลา
เกลโดนคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนวัยเด็กที่รักยิ่ง หลอกว่าตาใกล้บอด ขอนอนด้วย พอยอมให้ก็กลายเป็นว่าพอตื่นเช้ามาก็โดนยกเค้าเอาของมีค่าไปเรียบร้อยแล้ว เสียทั้งตัว เสียทั้งทรัพย์ แถมยังเสียความรู้สึกด้วย ทัตสึมิที่รู้เรื่องเลยเข้ามาหาด้วยความเห็นใจและลากไปอยู่บ้านด้วย เพราะเกลแทบทนเห็นห้องตัวเองไม่ได้ จนเดือนผ่านไปในที่สุดเกลก็ทำใจกลับมาเยือนห้องตัวเอง อีกครั้ง ทัตสึมิตามมาที่ห้องเมื่อเห็นว่าเกลไม่กลับมาซะที เกลบอกความรู้สึกของเขาที่มีต่อโรแลนด์ (เพื่อนที่หลอก) บอกขอบใจทัตสึมิ และบอกลา
Author’s note : ว้าวว ดองไว้สองเดือนเกือบสามเดือนแนะ มาต่อแล้วคะ ต่อยากมากจริงๆอ่ะ T_T ฉันตั้งใจเขียนแล้วนะแต่มันไม่ออกมาอย่างที่อยากเป็นเท่าไหร่ ขอโทษอีฟกับทุกๆคนด้วย เดี๋ยวจะพยายามเร่งเรื่องให้อัพเดทที่สุดนะ ตอนนี้สำหรับเรา เราว่ามันก็แบบว่า ไร้เหตุผลดี แต่ก็คิดว่าเป็นคู่ที่น่ารักนิดๆ อะนะ :) ลองอ่านกันแล้วกันคะ
--------------------------
ข้างนอกฝนหยุดตกไปนานแล้ว แต่ทัตสึมิยังคงรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงสายฝนโปรยปรายอยู่นอกหน้าต่าง
เขาอยู่ในห้องนี้มานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว บทสนทนาสั้นๆ สลับกับความเงียบยาวนาน ถึงตอนนี้ทั้งหมดถูกทิ้งท้ายด้วยคำกล่าวลาของผู้เป็นเจ้าของห้อง
เกล แมคอาแวร์ เพิ่งพูดว่า “ลาก่อน”
ลาก่อน ทัตสึมิคิด เขาได้ยินคำนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน เขารู้สึกเหมือนคำว่าลาก่อนในชีวิตโดนคลื่นลึกลับพัดพากลืนหาย ที่ผ่านมาผู้คนมากมายเหลือเกินเดินจากไป แต่คำว่าลาก่อนไม่เคยปรากฏอยู่ในความทรงจำที่ไหน ดูเหมือนที่ผ่านมาไม่มีใครซักคนใส่ใจมากพอจะทิ้งคำร่ำลาไว้ให้ คนส่วนใหญ่ในชีวิตพากันเดินหายออกนอกประตูเงียบงัน ราวกับกลัวว่าทัตสึมิจะรู้สึกตัวและเอื้อมมือเหนี่ยวรั้งพวกเขาเอาไว้
ตอนนี้ เกลพูดว่า ลาก่อน
ลาก่อนในชั่วขณะที่ทัตสึมิคิดว่าเกลจะลุกขึ้นยืน และตามเขากลับไปที่บ้าน เมื่อเขาเอ่ยปากว่าจะกลับแล้ว
มันเป็นลาก่อนที่เขาไม่ได้คาดคิด และเป็นลาก่อน ที่เขาไม่ยอมรับ
นายธนาคารหันหน้าจากประตูห้องกลับมามองเกลที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ในครัว เกลกำลังร้องไห้ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงจากใบหน้าลงบนหลังฝ่ามือที่ประสานกันอยู่บนโต๊ะ ตามด้วยอีกหยด และอีกหยด เกลก้มหน้าอยู่ ทัตสึมิมองเห็นเพียงใบหน้าช่วงล่างของเกล ชายหนุ่มกำลังฝืนยิ้ม เขาส่งเสียงเบาๆที่ฟังดูเหมือนเสียงหัวเราะ ทั้งที่น้ำตานองหน้า ภาพตรงหน้ากวนตะกอนขุ่นข้นในใจทัตสึมิขึ้นมา มันทำให้เขารู้สึก …. หงุดหงิด
เป็นเช่นนั้น ทุกอย่างที่เกลคิด รู้สึก ทำให้ทัตสึมิหงุดหงิด เหมือนมีก้อนน่ารำคาญก่อตัวอยู่ในร่าง เขารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยแม้แต่น้อย แล้วก็รู้ด้วยว่าเป็นเรื่องปกติที่สุดหากเกลจะรู้สึกอย่างที่เขารู้สึกอยู่กับเพื่อนที่หลอกเขา
ทัตสึมิเข้าใจทุกอย่างดี เข้าใจ แต่ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ
“เขาจะไม่กลับมาหรอก … เพื่อนของนาย” เกลเงยหน้าขึ้นมองทัตสึมิ เมื่อนายธนาคารเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะกินข้าว ตรงหน้าเขา
“นายรู้ใช่มั้ย ว่าตู้เอทีเอ็มธนาคาร มีกล้องติดอยู่” ชายหนุ่มชาวเอเชียเงียบไปอึดใจ เมื่อสบตากับเกลภายใต้กลุ่มผมหน้าสีบลอนด์เกือบขาวของอีกฝ่าย ใต้ตาเกลแดงช้ำ รื้นไปด้วยน้ำตา เรียกอารมณ์ขุ่นมัวของทัตสึมิให้เพิ่มมากขึ้น ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เกลไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าทัตสึมิ ไม่ตั้งตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาพบเกลในห้องนี้
“ฉันส่งรูปนั่นให้ตำรวจอยู่ดี ถึงนายตั้งใจจะไม่เอาความ ..”
“…?” เกลเงียบ ริมฝีปากบางเผยอ เหมือนจะพูดอะไรซักอย่าง แต่ไม่มีเสียง เปิดโอกาสให้ทัตสึมิพูดต่อ
“ปรากฏว่าเพื่อนของนายก่อคดีไว้ที่อื่นเหมือนกัน รูปที่ได้ กับรายละเอียดทำให้ ตำรวจจับตัวเขาได้ที่เมืองข้างๆ” เกลกำมือแน่น ทัตสึมิรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร โรแลนด์อาจได้รับสิทธิ์ให้โทรหาใครก็ได้หนึ่งครั้ง บางทีคนที่โรแลนด์โทรหาอาจเป็นเกล แต่ตอนนั้นเกลไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้ ไม่ได้รอเพื่อนเขาอยู่ ซึ่งก็ถูกแล้ว เกลไม่ควรรออยู่ที่นี่
“เมืองข้างๆ “ เกลพูด เขาทำท่าจะลุกขึ้น แต่ทัตสึมิส่ายหน้า มันไม่มีประโยชน์
“ตำรวจกักตัวเขาไว้ ตอนนั้นฉันพยายามบอกให้นายแจ้งความ หรือเอาเรื่อง แต่นายปฎิเสธ” ถึงตอนนี้เกลได้แต่มองหน้าทัตสึมิ
“เพื่อนนายโดนขังอยู่หลายวัน แต่หลักฐานไม่แน่นหนาพอจะเอาเรื่อง สุดท้ายก็มีผู้ชายมาประกันตัวเขาออกไป ทั้งคู่หนีออกนอกเมือง บางทีอาจจะนอกประเทศไปแล้ว” จากเรื่องที่เกลบอก ทัตสึมิคิดว่าผู้ชายที่มาประกันตัวโรแลนด์ อาจเป็นคู่รัก เขาเดามั่วๆขึ้นมาเอง แต่ยังไงก็ตามเรื่องก็คือ เกลไม่ใช่เพื่อนเพียงคนเดียวของโรแลนด์ ไม่สิ เกลไม่ใช่อะไรซักอย่างของโรแลนด์ นอกจากเหยื่อ ..
เกลเงียบ รอยยิ้มฝืนน้ำตาเมื่อครู่หายไปแล้ว ชายหนุ่มกัดริมฝีปากล่าง เหมือนพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก ทั้งที่ไม่มีอะไรให้คิดซักนิดเดียว
“เพราะงั้นเพื่อนนายจะไม่กลับมาแล้ว ไม่ว่าเขาต้องการอะไรจากนาย เขาได้ไปแล้ว ตัดใจซะ นายโดนหลอก”
ทัตสึมิ จบประโยคของเขาแค่นั้น เขาถอยหลังจากโต๊ะที่เกลนั่ง ไปพิงเคาน์เตอร์ครัว เบือนหน้าหนีจากเกลที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ
เกลถามเขาว่ามันน่าสมเพชหรือเปล่า ที่รอคนที่ไม่ควรรอ ทีเชื่อคนที่หลอกตัวเอง ใช่แล้ว สำหรับทัตสึมิ เรื่องนี่น่าสมเพชที่สุดในโลก จนเขาแทบไม่อยากยอมรับมัน จนเขาอยากจะทำอะไรซักอย่างกับมัน บางทีอาจจะช่วยเกล หรือไม่บางทีอาจจะทำร้ายเกลให้มากขึ้น เขาบอกไม่ได้ เขาไม่เข้าใจความรู้สึกผิดเพี้ยนที่ก่อตัวขึ้นในใจเขาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เรื่องเดียวที่รู้ก็คือเขาไม่อาจปล่อยเกลไว้ได้
ความเงียบไหลผ่าน นานเป็นนาทีที่เกลไม่พูดอะไร ทัตสึมิเหลือบมองเกล เขาคิดว่าเกลอาจจะร้องไห้ หากเป็นเช่นนั้น บางทีเขาอาจจะเดินหนีออกจากห้องนี้ไปซะ ทิ้งเกลไว้ที่นี่ แต่ไม่เป็นเช่นนั้น เกลหันมามองเขาในที่สุด มือข้างหนึ่งของเกลกำอยู่บนโต๊ะ ทัตสึมิมองเห็นเส้นเลือดปูดโปนจากหลังมือนั่น
“รู้เมื่อไหร่” เกลถามคำถามห้วนๆ
“ตั้งแต่อาทิตย์แรกที่นายมาอยู่บ้านฉัน” ทัตสึมิตอบ
“ทำไมเพิ่งบอก” เกลถาม คำถามฟังช่างง่ายเหลือเกิน แต่ทัตสึมิกลับปล่อยให้คำถามนั้นผ่านไป
“ทัตสึมิ” เกลย้ำชื่อ ชายหนุ่มลุกจากโต๊ะที่นั่งอยู่ เมื่อยืนขึ้นความสูงของเกลกดให้ทัตสึมิดูตัวเล็กลงถนัดใจ ชายชาวเอเชียหันมามองเกล แววตาโศกๆ เฉยชา นั่นหายไปแล้ว
ทัตสึมิรู้ว่าเกลโกรธ นี่เป็นเรื่องสามัญที่สุด แต่เขาก็ไม่คิดจะตอบคำถามของเกล ชายหนุ่มถอยตัวห่างจากอีกฝ่าย
เขาอยู่ในห้องนี้มานานกว่าสองชั่วโมงแล้ว บทสนทนาสั้นๆ สลับกับความเงียบยาวนาน ถึงตอนนี้ทั้งหมดถูกทิ้งท้ายด้วยคำกล่าวลาของผู้เป็นเจ้าของห้อง
เกล แมคอาแวร์ เพิ่งพูดว่า “ลาก่อน”
ลาก่อน ทัตสึมิคิด เขาได้ยินคำนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน เขารู้สึกเหมือนคำว่าลาก่อนในชีวิตโดนคลื่นลึกลับพัดพากลืนหาย ที่ผ่านมาผู้คนมากมายเหลือเกินเดินจากไป แต่คำว่าลาก่อนไม่เคยปรากฏอยู่ในความทรงจำที่ไหน ดูเหมือนที่ผ่านมาไม่มีใครซักคนใส่ใจมากพอจะทิ้งคำร่ำลาไว้ให้ คนส่วนใหญ่ในชีวิตพากันเดินหายออกนอกประตูเงียบงัน ราวกับกลัวว่าทัตสึมิจะรู้สึกตัวและเอื้อมมือเหนี่ยวรั้งพวกเขาเอาไว้
ตอนนี้ เกลพูดว่า ลาก่อน
ลาก่อนในชั่วขณะที่ทัตสึมิคิดว่าเกลจะลุกขึ้นยืน และตามเขากลับไปที่บ้าน เมื่อเขาเอ่ยปากว่าจะกลับแล้ว
มันเป็นลาก่อนที่เขาไม่ได้คาดคิด และเป็นลาก่อน ที่เขาไม่ยอมรับ
นายธนาคารหันหน้าจากประตูห้องกลับมามองเกลที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ในครัว เกลกำลังร้องไห้ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงจากใบหน้าลงบนหลังฝ่ามือที่ประสานกันอยู่บนโต๊ะ ตามด้วยอีกหยด และอีกหยด เกลก้มหน้าอยู่ ทัตสึมิมองเห็นเพียงใบหน้าช่วงล่างของเกล ชายหนุ่มกำลังฝืนยิ้ม เขาส่งเสียงเบาๆที่ฟังดูเหมือนเสียงหัวเราะ ทั้งที่น้ำตานองหน้า ภาพตรงหน้ากวนตะกอนขุ่นข้นในใจทัตสึมิขึ้นมา มันทำให้เขารู้สึก …. หงุดหงิด
เป็นเช่นนั้น ทุกอย่างที่เกลคิด รู้สึก ทำให้ทัตสึมิหงุดหงิด เหมือนมีก้อนน่ารำคาญก่อตัวอยู่ในร่าง เขารู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขาเลยแม้แต่น้อย แล้วก็รู้ด้วยว่าเป็นเรื่องปกติที่สุดหากเกลจะรู้สึกอย่างที่เขารู้สึกอยู่กับเพื่อนที่หลอกเขา
ทัตสึมิเข้าใจทุกอย่างดี เข้าใจ แต่ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ
“เขาจะไม่กลับมาหรอก … เพื่อนของนาย” เกลเงยหน้าขึ้นมองทัตสึมิ เมื่อนายธนาคารเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะกินข้าว ตรงหน้าเขา
“นายรู้ใช่มั้ย ว่าตู้เอทีเอ็มธนาคาร มีกล้องติดอยู่” ชายหนุ่มชาวเอเชียเงียบไปอึดใจ เมื่อสบตากับเกลภายใต้กลุ่มผมหน้าสีบลอนด์เกือบขาวของอีกฝ่าย ใต้ตาเกลแดงช้ำ รื้นไปด้วยน้ำตา เรียกอารมณ์ขุ่นมัวของทัตสึมิให้เพิ่มมากขึ้น ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เกลไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าทัตสึมิ ไม่ตั้งตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาพบเกลในห้องนี้
“ฉันส่งรูปนั่นให้ตำรวจอยู่ดี ถึงนายตั้งใจจะไม่เอาความ ..”
“…?” เกลเงียบ ริมฝีปากบางเผยอ เหมือนจะพูดอะไรซักอย่าง แต่ไม่มีเสียง เปิดโอกาสให้ทัตสึมิพูดต่อ
“ปรากฏว่าเพื่อนของนายก่อคดีไว้ที่อื่นเหมือนกัน รูปที่ได้ กับรายละเอียดทำให้ ตำรวจจับตัวเขาได้ที่เมืองข้างๆ” เกลกำมือแน่น ทัตสึมิรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร โรแลนด์อาจได้รับสิทธิ์ให้โทรหาใครก็ได้หนึ่งครั้ง บางทีคนที่โรแลนด์โทรหาอาจเป็นเกล แต่ตอนนั้นเกลไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้ ไม่ได้รอเพื่อนเขาอยู่ ซึ่งก็ถูกแล้ว เกลไม่ควรรออยู่ที่นี่
“เมืองข้างๆ “ เกลพูด เขาทำท่าจะลุกขึ้น แต่ทัตสึมิส่ายหน้า มันไม่มีประโยชน์
“ตำรวจกักตัวเขาไว้ ตอนนั้นฉันพยายามบอกให้นายแจ้งความ หรือเอาเรื่อง แต่นายปฎิเสธ” ถึงตอนนี้เกลได้แต่มองหน้าทัตสึมิ
“เพื่อนนายโดนขังอยู่หลายวัน แต่หลักฐานไม่แน่นหนาพอจะเอาเรื่อง สุดท้ายก็มีผู้ชายมาประกันตัวเขาออกไป ทั้งคู่หนีออกนอกเมือง บางทีอาจจะนอกประเทศไปแล้ว” จากเรื่องที่เกลบอก ทัตสึมิคิดว่าผู้ชายที่มาประกันตัวโรแลนด์ อาจเป็นคู่รัก เขาเดามั่วๆขึ้นมาเอง แต่ยังไงก็ตามเรื่องก็คือ เกลไม่ใช่เพื่อนเพียงคนเดียวของโรแลนด์ ไม่สิ เกลไม่ใช่อะไรซักอย่างของโรแลนด์ นอกจากเหยื่อ ..
เกลเงียบ รอยยิ้มฝืนน้ำตาเมื่อครู่หายไปแล้ว ชายหนุ่มกัดริมฝีปากล่าง เหมือนพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก ทั้งที่ไม่มีอะไรให้คิดซักนิดเดียว
“เพราะงั้นเพื่อนนายจะไม่กลับมาแล้ว ไม่ว่าเขาต้องการอะไรจากนาย เขาได้ไปแล้ว ตัดใจซะ นายโดนหลอก”
ทัตสึมิ จบประโยคของเขาแค่นั้น เขาถอยหลังจากโต๊ะที่เกลนั่ง ไปพิงเคาน์เตอร์ครัว เบือนหน้าหนีจากเกลที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ
เกลถามเขาว่ามันน่าสมเพชหรือเปล่า ที่รอคนที่ไม่ควรรอ ทีเชื่อคนที่หลอกตัวเอง ใช่แล้ว สำหรับทัตสึมิ เรื่องนี่น่าสมเพชที่สุดในโลก จนเขาแทบไม่อยากยอมรับมัน จนเขาอยากจะทำอะไรซักอย่างกับมัน บางทีอาจจะช่วยเกล หรือไม่บางทีอาจจะทำร้ายเกลให้มากขึ้น เขาบอกไม่ได้ เขาไม่เข้าใจความรู้สึกผิดเพี้ยนที่ก่อตัวขึ้นในใจเขาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เรื่องเดียวที่รู้ก็คือเขาไม่อาจปล่อยเกลไว้ได้
ความเงียบไหลผ่าน นานเป็นนาทีที่เกลไม่พูดอะไร ทัตสึมิเหลือบมองเกล เขาคิดว่าเกลอาจจะร้องไห้ หากเป็นเช่นนั้น บางทีเขาอาจจะเดินหนีออกจากห้องนี้ไปซะ ทิ้งเกลไว้ที่นี่ แต่ไม่เป็นเช่นนั้น เกลหันมามองเขาในที่สุด มือข้างหนึ่งของเกลกำอยู่บนโต๊ะ ทัตสึมิมองเห็นเส้นเลือดปูดโปนจากหลังมือนั่น
“รู้เมื่อไหร่” เกลถามคำถามห้วนๆ
“ตั้งแต่อาทิตย์แรกที่นายมาอยู่บ้านฉัน” ทัตสึมิตอบ
“ทำไมเพิ่งบอก” เกลถาม คำถามฟังช่างง่ายเหลือเกิน แต่ทัตสึมิกลับปล่อยให้คำถามนั้นผ่านไป
“ทัตสึมิ” เกลย้ำชื่อ ชายหนุ่มลุกจากโต๊ะที่นั่งอยู่ เมื่อยืนขึ้นความสูงของเกลกดให้ทัตสึมิดูตัวเล็กลงถนัดใจ ชายชาวเอเชียหันมามองเกล แววตาโศกๆ เฉยชา นั่นหายไปแล้ว
ทัตสึมิรู้ว่าเกลโกรธ นี่เป็นเรื่องสามัญที่สุด แต่เขาก็ไม่คิดจะตอบคำถามของเกล ชายหนุ่มถอยตัวห่างจากอีกฝ่าย
ทัตสึมิเกลียดการเผชิญหน้า เกลียดการโดนคาดคั้น แม้จะเป็นเรื่องที่เขาเองเป็นคนผิดก็ตาม
“คิดจะบอกเมื่อไหร่ !!! ” เกลถามอีกครั้ง
“ไม่คิดจะบอก” คำตอบง่าย ถามคำ ตอบคำ อย่างที่พวกเขาเป็นอยู่เสมอ เกลอยากจะถามตอบว่าทำไม แต่เขารู้ว่าทัตสึมิจะไม่ตอบอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่อยากตอบ และบางทีมันก็น่าโมโหเหลือเกิน
“คิดจะบอกเมื่อไหร่ !!! ” เกลถามอีกครั้ง
“ไม่คิดจะบอก” คำตอบง่าย ถามคำ ตอบคำ อย่างที่พวกเขาเป็นอยู่เสมอ เกลอยากจะถามตอบว่าทำไม แต่เขารู้ว่าทัตสึมิจะไม่ตอบอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่อยากตอบ และบางทีมันก็น่าโมโหเหลือเกิน
ร่างสูงทุบกำปั้นลงกับเคาน์เตอร์ครัวข้างทัตสึมิที่ยืนอยู่ สีหน้าเฉยชาเปลี่ยนเป็นหน้าเสีย นายธนาคารสะดุ้งหลับตาเมื่อเกลทำท่าเหมือนจะซัดเขาเข้าจริงๆ แต่เมือลืมตา เกลกลับเดินหนีจากเขา
“กลับไปซะ”
“กลับไปกับฉัน” ทัตสึมิพูดแทบจะทันทีที่เกลพูดจบประโยค ร่างสูงหันมามองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ทัตสึมิไม่ได้หลบตาอีก เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“ทำไม”
“ฉันต้องการแบบนั้น” ทัตสึมิตอบ มันฟังดูเหมือนเรื่องไม่มีเหตุผลที่สุดในโลก ตลอดมาสำหรับเกล ทัตสึมิมักทำในเรื่องที่ไม่มีคำอธิบายเสมอ หรือถ้ามี เหตุผลนั้นก็ถูกเจ้าตัวยัดลงตู้เซฟถ่วงหินโยนลงทะเลส่วนที่ลึกที่สุดในโลกไปแล้ว
“ฉันจะกลับล่ะ” นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ทัตสึมิพูด ก่อนจะเดินออกนอกห้องของเกล ปิดงับประตูตามหลัง ทิ้งร่างสูงไว้ในห้องนั้น ราวกับที่เขาเพิ่งพูดไปเป็นเพียงคำบอกกล่าวเลื่อนลอยไร้ความหมาย… ทว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ทัตสึมิพูดออกมาชัดๆ ว่าตัวเองต้องการอะไร แม้จะเป็นเรื่องเลื่อนลอยไร้ความหมายก็ตาม
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
นายธนาคารนั่งอยู่บนพื้นห้องรับแขก มีอาหารจีนใส่กล่องกระดาษวางอยู่บนโต๊ะ เขากินหมดไปแล้วเมือครึ่งชั่วโมงก่อน แบ่งให้หนูตะเภากินครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เจ้าหมาอ้วนนอนพาดหัวอยู่กับขาเขา ทัตสึมิวางมือบนหัวมัน ลูบเบาๆ หนูตะเภาส่งเสียงครางอย่างพอใจ มันดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร ต่างกับเจ้าของ
“กลับไปซะ”
“กลับไปกับฉัน” ทัตสึมิพูดแทบจะทันทีที่เกลพูดจบประโยค ร่างสูงหันมามองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ทัตสึมิไม่ได้หลบตาอีก เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“ทำไม”
“ฉันต้องการแบบนั้น” ทัตสึมิตอบ มันฟังดูเหมือนเรื่องไม่มีเหตุผลที่สุดในโลก ตลอดมาสำหรับเกล ทัตสึมิมักทำในเรื่องที่ไม่มีคำอธิบายเสมอ หรือถ้ามี เหตุผลนั้นก็ถูกเจ้าตัวยัดลงตู้เซฟถ่วงหินโยนลงทะเลส่วนที่ลึกที่สุดในโลกไปแล้ว
“ฉันจะกลับล่ะ” นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ทัตสึมิพูด ก่อนจะเดินออกนอกห้องของเกล ปิดงับประตูตามหลัง ทิ้งร่างสูงไว้ในห้องนั้น ราวกับที่เขาเพิ่งพูดไปเป็นเพียงคำบอกกล่าวเลื่อนลอยไร้ความหมาย… ทว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ทัตสึมิพูดออกมาชัดๆ ว่าตัวเองต้องการอะไร แม้จะเป็นเรื่องเลื่อนลอยไร้ความหมายก็ตาม
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
นายธนาคารนั่งอยู่บนพื้นห้องรับแขก มีอาหารจีนใส่กล่องกระดาษวางอยู่บนโต๊ะ เขากินหมดไปแล้วเมือครึ่งชั่วโมงก่อน แบ่งให้หนูตะเภากินครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เจ้าหมาอ้วนนอนพาดหัวอยู่กับขาเขา ทัตสึมิวางมือบนหัวมัน ลูบเบาๆ หนูตะเภาส่งเสียงครางอย่างพอใจ มันดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร ต่างกับเจ้าของ
ก่อนหน้านี้ทัตสึมิไม่คิดว่าสัตว์จะแสดงความรู้สึกออกมาได้ แต่หน้าหนูตะเภาตอนนี้เหมือนกำลังยิ้มอยู่ยังไงอย่างงั้น ช่างไม่รู้เรื่องอะไรบ้างเลย หนึ่งเดือนทำให้เขาสนิทกับมันมากขึ้น จนเขาคิดเองว่าน่าจะหาตัวอะไรที่มองเห็นจับต้องได้มาเลี้ยงซักตัว ถ้าหนูตะเภาไม่อยู่
“แล้วจะไปเล่นกับแกแล้วกันนะ” ทัตสึมิพึมพำ เขาหลับตาเงยหน้าพิงกับเบาะโซฟา ขยี้หัวหนูตะเภาเล่นอย่างมันส์มือ เจ้าหมาอ้วนขยับลุกหนีจากมือเขา เขานึกว่ามันจะลุกหนี ไปที่อื่น แต่มันกลับขยับตัวจากแค่นอนพาดหัวบนตักเขา เป็นนอนทับขาเขาทั้งตัว ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ปล่อยให้มันขึ้นทับ พอดีกับที่เสียงเปิดประตูหน้าบ้านดังขึ้น ทัตสึมิพยายามพลักหนูตะเภาออก แต่ก็สายไปแล้วเมื่อเกลเดินเข้ามาในบ้าน
ร่างสูงหยุดยืนในห้องรับแขก มองทัตสึมิบนพื้นที่มีหนูตะเภาทับอยู่ด้านบน สีหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม เมื่อทัตสึมิได้แต่มองเขาอย่างนั้น และไม่พูดอะไร
“กลับมาแล้วครับ”
“ฮื่อ” ทัตสึมิพึมพำตอบ
“ของนาย” นายธนาคารชี้ไปที่กล่องอาหารจีนอีกกล่องบนโต๊ะ
“แล้วจะไปเล่นกับแกแล้วกันนะ” ทัตสึมิพึมพำ เขาหลับตาเงยหน้าพิงกับเบาะโซฟา ขยี้หัวหนูตะเภาเล่นอย่างมันส์มือ เจ้าหมาอ้วนขยับลุกหนีจากมือเขา เขานึกว่ามันจะลุกหนี ไปที่อื่น แต่มันกลับขยับตัวจากแค่นอนพาดหัวบนตักเขา เป็นนอนทับขาเขาทั้งตัว ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ปล่อยให้มันขึ้นทับ พอดีกับที่เสียงเปิดประตูหน้าบ้านดังขึ้น ทัตสึมิพยายามพลักหนูตะเภาออก แต่ก็สายไปแล้วเมื่อเกลเดินเข้ามาในบ้าน
ร่างสูงหยุดยืนในห้องรับแขก มองทัตสึมิบนพื้นที่มีหนูตะเภาทับอยู่ด้านบน สีหน้าเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม เมื่อทัตสึมิได้แต่มองเขาอย่างนั้น และไม่พูดอะไร
“กลับมาแล้วครับ”
“ฮื่อ” ทัตสึมิพึมพำตอบ
“ของนาย” นายธนาคารชี้ไปที่กล่องอาหารจีนอีกกล่องบนโต๊ะ
“ขอบคุณ”
เกลตอบ เขาหยิบกล่องอาหารจีน นั่งลงข้างๆทัตสึมิ ก่อนจะเริ่มกินโดยไม่พูดอะไรอีก
.
.
.
.
.
---------------------------
.
.
.
.
---------------------------
จบแล้ว อา ทำไมก็ไม่รู้อะ ฉันมักจะสรุปจบได้ห้วนๆ แบบข้างต้นตลอดเลย ระยะหลัง อยากจะจบได้ดีกว่านี้จังนะ แต่เขียนไม่เปนอะ ,,- -,, เอาเปนว่าทั้งสองคนก็นั่งกินอาหารจีนสำเร็จรูปอย่างเอร์ดอร่อยแล้วกันนะ
งานวัดคงมีอะไรซักอย่างแหล่ะคะ แล้วจะมาเขียนอัพให้นะ :D
Tags: blodwen, gael, tatsumi9 Comments
) แบบว่าได้ฟีลหนักๆ ลึกๆ นะ


ชั้นว่าทัตเป็นทัตแบบนี้ก็ดีแล้วนี่นา... ชั้นชอบจัง ดูเป็นเคะเอาแต่ใจ อา เป็นคนดีในแบบของทัตด้วยล่ะ
ปล่อยให้เขาเป็นไปตามธรรมชาตินะ :)
#1 By ++Wadoiji++ on 2009-06-24 23:08