[Blodwen]Tatsumi 008 - Lunch Break
posted on 26 Oct 2009 23:16 by kugutsu in Blodwen
Characters appear : ทัตสึมิ,อัลเบอร์โต้ ,ชีล่า, มิสนาตาลี, แคลร์
Author’s Note : อ่า ตอนนี้ แบบชิวๆ เขียนอย่างชิวๆ เพราะอยากจะอัพอะไรแบบชิวๆ ตอนนี้เ้ป็นทัตกับหมออัลแบบสบายๆอ่ะนะ จริงๆแล้วตั้งแต่แต่งมา ทัตสึมิดูเป็นคนจริงจัง แต่จริงๆแล้วก็สบายๆ นั่นแหล่ะ ,,- -,, อา ตอนนี้มันไม่มีอะไรเลยนะเนี่ย แต่ก็เถอะ ... นึกอะไรไม่ออกเท่าไหร่ เลยแห้ะ ....อืมบลอดเวนเนี่ย สนุกแต่ก็ปวดหัวนิดๆเหมือนกันเนาะ
---------------
ผมไม่ชอบเสียงกระดิ่งประตูร้านค้า เสียงกังวานใสเบาๆ ที่เรียกให้คนในร้านหันมามองเวลาที่เดินเข้าร้าน
ในกรณีนี้ ชีล่า มาโซ หันมามองผม เมื่อผมก้าวเท้าเข้าร้านอาหารของแคลร์
ดวงตาสีอ่อนสวยของเธอมองผมอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ถึงเสี้ยววินาที ก่อนเธอจะเผยรอยยิ้มออกมา ซึ่งนั่นเองก็ด้วย รอยยิ้มประดับหน้าไม่ถึงเสี้ยววินาที
ชีล่าเบือนหน้ากลับไปยังคู่สนทนาบนโต๊ะอาหาร น้องชายของเธอที่ผมไม่เคยคุยด้วย กับชายอีกคนที่ผมไม่เคยเห็น เขาชำเลืองมองผมก่อนจะหันกลับไปยังบทสนทนาที่ค้างไว้
ผมแน่ใจว่าผมไม่ได้ยิ้มตอบชีล่า อันที่จริงผมค่อนข้างแน่ใจว่าผมยืนเก้กังอยู่ตรงนั้นซักครู่ มองเธอ นึกสงสัยว่าตัวเองเคยรู้จักผู้หญิงสวยคนนี้ด้วยหรือ
ใช้เวลาอีกสักอึดใจก่อนจะนึกออกว่าเธอคือผู้หญิงที่เคยพูดคุยกับผมอย่างตรงไปตรงมา คนที่ผมเคยเปิดอกพูดทุกอย่างที่รู้สึก หรือไม่ก็ทุกอย่างที่อยากให้ตัวเองรู้สึก..
เคย เป็น Past Tense….
ผมหวังให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิม ทุกครั้งที่เห็นเธอ… แต่ก็นั่นแหล่ะ ผมไม่รู้จะเริ่มอะไร หรือไม่รู้แม้แต่จะพูดอะไรกับเธอ
ไม่นาน เสียงเรียกทักทายชื่อผมดังขึ้น
อัลเบอร์โต้ ช่วยไม่ให้ผมดูน่าสมเพชที่เอาแต่ยืนจ้องโต๊ะของชีล่า
“ทัตสึมิ ! รอตั้งนานแน่ะ” หมอหนุ่มทักเสียงดัง เน้นคำว่า รอนานข้างท้าย
ผมเลิกคิ้ว
รอ ?
เขายิ้ม ก่อนจะผายมือให้ผมนั่งลง บนโต๊ะอาหารมีคาโบนาร่าจานมหึมาส่งกลิ่นหอมน่ากิน
“กินข้าวคนเดียวออกจะเหงาเนาะว่ามั้ย” เขาพูดเสียงเบาลง โน้มตัวมาข้างหน้า ผมคล้าจะเข้าใจว่าเพราะไม่อยากให้ผมนั่งคนเดียวในร้านอาหารครอบครัวแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีโต๊ะข้างเคียงที่อบอุ่นขนาดโต๊ะของชีล่าอยู่
“ขอบใจ” ผมตอบ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกของคุณเท่าไหร่
อัลเบอร์โต้ยิ้ม สีหน้าเขาดูผ่อนคลายอยู่เสมอ บุคลิกหมอหนุ่มใจดีชวนให้เข้าใกล้ หรือแม้แต่เรียกให้สาวเหลียวมอง อัลเบอร์โต้เป็นลำดับต้นของหนุ่มโสดในฝันของแม่บ้านบลอดเวน บรรดาพนักงานสาวในธนาคารพากันมือไม้อ่อนอยู่เสมอเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาในโถงธนาคาร พวกเธอสามารถพูดถึงเขาได้เป็นชั่วโมงไม่เป็นอันทำการทำงาน แต่แน่อยู่แล้วในเรื่องล้านแปด ไม่มีซักคนพูดว่าเขาไปเที่ยวกลางคืนบ่อยแค่ไหนในหนึ่งอาทิตย์ หรือเรื่องที่ว่าเขาจงใจนั่งตรงนี้เพื่อจะได้มองสาวสวยอย่างติชิล่าได้ถนัดตา
“พักอยู่หรือ” เขาถามชำเลืองมองนาฬิกา
“อื้อ”
“สายจัง จะบ่ายสามอยู่แล้ว”
“งานยุ่ง”
“ระวังเป็นโรคกระเพาะ”
“แล้วนายล่ะ?”
“ที่คลินิกยุ่งเหมือนพัน”
“ระวังเป็นโรคกระเพาะ”
ผมตอบคำเดียวกัน เขายิ้มมุมปากยกเบียร์ขึ้นดื่ม เบียร์ตอนบ่ายสาม ไม่เลวนัก..
แคลร์เดินมาที่โต๊ะของเรา ใบหน้าประดับรอยยิ้มเหมือนเช่นเคย ผมชอบที่เธอมักจะดูสดใสอยู่เสมอ เช่นเดียวกับคนทั้งเมือง ผมชอบรอยยิ้มของแคร์มากพอๆกับอาหารกลางวันที่เธอทำ
“ทัตสึมิซัง วันนี้กินอะไรดี” เธอกล่าวทัก พูดเสียงดัง แคลร์เป็นผู้หญิงสดใส แบบที่จะทำให้ร้านสว่างไสวเวลาเธอเดินเข้ามารับออร์เดอร์ ผมคิดในใจ อยากให้ตัวเองสามารถจริงใจหรือสดใสกับลูกค้าได้เท่าเธอ ทว่าไม่รู้ทำไมลูกค้าธนาคารมักทำให้ผมดหงุดหงิดอยู่เสมอ
“เอาแบบที่เขากิน” ผมตอบ ขี้เกียจนึก
“คาโบนาร่าแบบพิเศษ ใหญ่ยักษ์ ?”
“อืมมม่าย ขอแบบธรรมดาพอ แล้วก็เบียร์ด้วย”
“เบียร์ ? ได้เลย” แคลร์กดปากกาคลิ๊ก แต่ไม่ได้จดมันลงไปในใบออร์เดอร์ เธอแค่เดินกลับไปหลังเคาท์เตอร์เฉยๆ
เมื่อหันมามองอัลเบอร์โต้ หมอหนุ่มกำลังมองเลยผมไปที่โต๊ะของชีล่า ผมขยับตัวเบนหัวบังวิวเขา อัลเบอร์โต้หัวเราะเบาๆในคอ
“เธอเป็นคนสวยโคตร ทัตสึมิ นายเลิกกับเธอได้ไง” ผมขมวดคิ้ว กับประโยคที่เขาว่า
“เราเป็นเพื่อนกันเฉยๆ อย่าเชื่อคำนินทาไร้สาระ” ผมตอบเขาตามความจริง
“ไร้สาระน่า ผู้ชายไม่มีทางเป็นเพื่อนกับผู้หญิงสวยขนาดนั้น”
“มันถึงไม่เวิร์คไง” ผมพูด ยกน้ำเปล่าขึ้นดื่ม
“เธอหักอกนายสิท่า” เขาพูดต่อ ผมยักไหล่
“คงงั้น” ตอบส่งเดช ขี้เกียจต่อความให้ยืดยาว
“ฉันก็ว่าแบบนั้นแหล่ะ ผู้หญิงสวยขนาดนั้น แต่ถึงเธอไม่ได้หักอกนาย แต่นายก๊อกหักแน่ ผู้ชายที่มากับเธอมองเธอตาเป็นมัน .. ฉันว่าบางทีเธออาจจะชอบเขาด้วย” ผมหันกลับไปมองโต๊ะชีล่าอีกครั้ง สบตากับผู้ชายที่หมอพูดถึงพอดี เยี่ยม ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าเรากำลังนินทาอยู่ เมื่อหันกลับมาที่อัลเบอร์โต้ หมอดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร แถมยังโบกมือทักทายโต๊ะนั้นด้วยอีกต่างหาก
“ตัวใหญ่เกินไปสำหรับพวกญี่ปุ่นว่ามั้ย” หมอพูด เสียงเบาลงนิดหน่อย
“จีน” ผมตอบเขา
“จีนก็จีน .. สูง หล่อ หน้าตาดี เหมือนพวกพระเอกหนังฮ่องกง” หมอให้ความเห็น ผมเลิกคิ้ว
“งั้นมั้ง .. ตกลงนายมองชีล่า หรือผู้ชายคนนั้นกันแน่” ผมถาม ไม่ได้หวังคำตอบ แต่อัลเบอร์โต้ก็ตอบ
“ชีล่า … หมอนั่นไม่ใช่เสป็คฉัน .. ถ้าเป็นมาโซ คนน้องก็ว่าไปอย่าง” อัลเบอร์โต้ตอบ.. หลังจากไปเที่ยวกลางคืนที่เมืองข้างเคียงด้วยกันบ่อยครั้ง เค้าเปิดเผยตรงไปตรงมากับผมเรื่องรสนิยมทางเพศ ดูเหมือนหมอหนุ่มจะไม่มีปัญหาอะไรกับผู้ชาย จะชายหรือหญิงก็ได้ทั้งนั้น
ผมพยักหน้าไม่รู้จะพูดอะไรต่อ พอดีกับที่แคลร์ยกเบียร์มาเสิร์ฟที่โต๊ะ ทว่าไม่ทันจะวางลงเสียงเรียกเช็คบิลจากอีกโต๊ะดังขึ้น เธอหันไปมอง ปล่อยแก้วเบียร์หลุดจากมือ
ในเสี้ยววินาที อัลเบอร์โต้ยื่นมือมารับมันไว้ได้ทัน เขากางมือใหญ่รองใต้แก้วเบียร์ก่อนมันจะตกถึงพื้น จับฐานแก้วไว้แน่นในอุ้งมือ การเคลื่อนไหวรวดเร็วจนชวนให้ตื่นตา เหมือนคลาร์ก เคนท์ ในหนังซุปเปลงอร์แมน
“ว้าววววววว” แคลร์อุทานด้วยความทึ่ง แทบจะขอให้เขาทำให้ดูอีกรอบ หมอหนุ่มหัวเราะขำๆ ก่อนจะวางแก้วลงตรงหน้าผม
มือของอัลเบอร์โต้ใหญ่ หนา ข้อนิ้วปูด ดูแข็งแรง ต่างจากมือเกล นิ้วของเกลยาวผอม มือปราศจากเนื้อหรือกล้ามเนื้อ ผมเงยหน้ามองอัลเบอร์โต้ ทั้งที่เป็นคนยุโรปเหมือนกัน แต่ไหล่หมอดูกว้างกว่า ตัวหนากว่า รูปร่างแข็งแรงของคนออกกำลังกายมองเห็นชัดผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาว .. ส่วนเกล เกลมักจะเดินห่อไหล่อยู่เสมอ ทั้งที่ที่จริงไหล่เขากว้าง ผมนึกถึงกระดูกไหปลาร้าที่ปูดให้เห็นใต้ผิวขาวซีดของเกลขึ้นมา ..
… แต่ เดี๋ยวก่อนนะ นี่ผมกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่…
เมื่อเงยหน้าขึ้น อัลเบอร์โต้กำลังมองหน้าผมอยู่ เขาส่งยิ้มให้ รอยยิ้มชวนฝันสำหรับสาวๆ ทว่าถ้าคุณรู้จักเขาดีพอ จะรู้ว่านี่เป็นหนึ่งในรอยยิ้มกวนอารมณ์ในหลายสิบแบบของเขา
“เรื่องของเธอกวนใจนายหรือไง” หมอหนุ่มถาม สังหรณ์ไปผิดทิศผิดทางจนผมโล่งอก..
“เรื่องอื่น” ผมตอบสั้น ยกเบียร์ขึ้นดื่ม หมอเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถามต่อ
“เรื่องคนที่บ้านสิท่า”.. คำถามของเขาทำให้ผมแทบสำลัก
“ได้ข่าวว่านายอยู่กับ แมคเอมเมอร์” ผมวางแก้วเบียร์ลง หยิบทิชชู่ขึ้นเช็ดปาก
“แมคอาแวร์” ผมแก้
“เจ้าของอพาร์ทเมนท์ ? ไหงเป็นงั้น?”
“ไม่มีไร พอดีเขาเดือดร้อนอยู่” ผมตอบ เหมือนที่ตอบคำถามทุกคนเวลาถามว่าทำไมเกลถึงพักอยู่กับผม
“เดือดร้อนแบบไหน”
“ก็เดือดร้อนแบบเดือดร้อน เรื่องยาวขี้เกียจเล่า” ผมตบกระเป๋าเสื้อสูท ข้างในมีบุหรี่ซอง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าห้ามสูบบุหรี่ในร้านอาหาร
“มีอะไรหรือเปล่า?” อัลเบอร์โต้ โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย สีหน้าเขาคล้ายจะเป็นห่วงแต่ผมไม่แน่ใจนักหรอก
“ก็ไม่มีอะไรนี่….เกลเป็นคนดี” ผมตอบเขา เพราะคิดไปเองว่าหมออาจจะเป็นห่วงเหมือนที่หลายคนห่วงเมื่อรู้ว่าผมอยู่กับเกล หมอนั่นมีข่าวลือไม่ดีหลายอย่าง ผมนึกถึงสีหน้ามิสนาตาลี เลขาของผม ตอนที่เธอรู้ว่าเพื่อนร่วมบ้านใหม่ของผมเป็นใคร เธอหน้าถอดสี เตือนผมด้วยเรื่องเล่าล้านแปดเกี่ยวกับเกล แต่ละเรื่องสยองขวัญตื่นตาเกินกว่าจะเกิดขึ้นในเมืองเล็กๆอย่างบลอดเวน
“ฉันรู้ว่าเขาเป็นคนดี” หมอตอบคำตอบที่ผมไม่ได้คิดไว้ ผมเลิกคิ้วแปลกใจ
“เขาเคยพาหมามาให้ฉันรักษา ตอนนั้นเกรทยังไม่ย้ายเข้ามา คนเราดูจากวิธีปฏิบัติกับสัตว์เลี้ยงก็พอจะรู้ เขาเป็นคนดี รักหมา”
“แล้วหมาเขาเป็นไร” ผมถามถึงหนูตะเภา
“กินมากไป อาหารไม่ย่อย”
“ก็ว่างั้น” .. ผมตอบ ไม่แปลกใจเลยสักนิด สองอาทิตย์ที่ผ่านมาผมพยายามจะให้หนูตะเภาลดน้ำหนัก แต่ก็พบว่าเกลแอบให้อาหารมันบ่อยๆ หมอนั่นตามใจหนูตะเภาเกินไป
ผมยิ้มออกมา เมื่อคิดถึงหน้าเกลเมื่อคืน เขาแอบลงมาให้อาหารหนูตะเภา พอดีกับที่ผมเดินลงมาเจอ เกลทำหน้าตกใจแบบที่ถ้าไม่สังเกตดีๆคงไม่มีวันรู้
ก็มันน่าสงสารออกจะตายไปทัตสึมิ .. เขาว่างั้น
“ยิ้มอะไร” หมอถาม
“ไม่มีอะไร” ผมตอบ
“ขนลุก”
“ช่างฉัน”
บทสนทนาเงียบหายไปเมื่อแคลร์ยกคาโบนาร่าของผมมาให้ เรานั่งกินกันเงียบสักครู่ก่อนหมอจะพูดต่อ
“ตกลงว่า แมคเอมเมอร์ เป็นสาเหตุให้นายเลิกเที่ยว ?” ผมนิ่วหน้า เขาเรียกนามสกุลเกลผิดอีกครั้ง และคำว่าเที่ยวก็ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ
“ไม่เกี่ยว ฉันก็แค่ขี้เกียจไป” ผมตอบ
“นายหายเหงามากกว่า” เขาพูด ม้วนคาโบนาร่าเข้าปาก ท่าทางสบายอารมณ์
“เหงาอะไร” ผมถาม แต่อัลเบอร์โต้ไม่ตอบ ผมรอให้เขาเคี้ยวคาโบนาร่าเข้าปากหมดคำเพื่อฟังเขาพูดต่อ
“เหงา .. ฉันเที่ยวบ่อยเพราะฉันอยากสนุกทัตสึมิ ส่วนนาย เที่ยวบ่อยเพราะนายเหงา ….ดูก็รู้แล้ว” เขาพูดชี้ตัวเองด้วยส้อม แล้วก็เปลี่ยนมาชี้ผม ประกอบคำอธิบาย “ฉันพูดถูกรึเปล่า?”
“นอกจากเป็นหมอแล้วเป็นจิตแพทย์ด้วยหรือไง” อัลเบอร์โต้หัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นผมเปลี่ยนเรื่อง
“เป็นให้นายได้แล้วกัน” เขาตอบ ส่วนผมไม่รู้จะพูดอะไรอีก
.
.
.
.
.
.
เราเงียบกันไม่นาน โทรศัพท์มือถือผมดังขึ้น เป็นมิสนาตาลีที่โทรเข้ามา เธอเองก็ยุ่งพอกันกับผมเลยกำลังจะตามออกมากินข้าวกลางวันด้วยกัน หลังบอกเธอว่าอยู่ที่ร้านของแคลร์ไม่ถึงห้านาทีเธอก็ปรากฏตัวหน้าร้าน
มิสนาตาลีกำลังจะเปิดประตูเข้ามา แต่แค่เสี้ยวนาทีที่เห็นว่าผมอยู่กับใคร เธอก็ผลุบหายไปจากหน้าประตูซะอย่างนั้น
อัลเบอร์โต้หันมองประตูร้านตามสายตาของผม เขาเลิกคิ้วเมื่อไม่เห็นมีใคร
ผมส่ายหน้างงๆ แต่ไม่นานนักประตูร้านเปิดขึ้นอีกครั้ง นาตาลีเดินเข้ามาในร้าน ผมสีน้ำตาลอ่อนเกล้าเป็นมวยเมื่อครู่ถูกปล่อยสยาย แว่นตาที่ใส่เฉพาะเวลาทำงานอัตรธานหายไปแล้วอย่างมหัศจรรย์ เธอเดินเข้ามาในร้าน ไม่ได้หันมามองทางโต๊ะเรา แต่ทำท่าเหมือนมองหาบางคนอยู่… ผมขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากส่งเสียงเรียกเธอตามบท
“นาตาลี ทางนี้” ผมเรียกน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย เธอหันมาทางเรา ผมปลิวสะบัด ก่อนจะเดินเข้ามาหา อัลเบอร์โต้ลุกขึ้นยืน เลื่อนเก้าอี้ข้างตัวเองให้เธอนั่ง ผมเห็นแก้มเธอแดงเรื่อ ปิดไม่มิดเอาซะเลย
แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร นาตาลีก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
“ทัตสึมิ เกลโทรมา ถามเรื่องหารเย็นวันนี้ ฉันเลยบอกว่าคุณจะโทรกลับ” ..จบการรายงานของเธอ อัลเบอร์ก็หัวเราะก๊ากออกมา
“หายเหงาแล้วจริงๆด้วย” หมอพูด ส่วนผมไม่รู้จะตอบอะไร
“ข้าวใหม่ปลามันน่ะค่ะ” เธอหันไปบอกคุณหมอ ทั้งคู่หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“ตลกแล้ว” ผมพูด ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรจริงจัง
ไม่ช้าโต๊ะของเราครึกครื้นขึ้น ผมแนะนำหมอให้นาตาลีรู้จัก ทั้งที่รู้ว่าเธอรู้จักเขาดีอยู่แล้วเท่าที่ฐานข้อมูลในธนาคารจะเอื้ออำนวย ผมมองนาฬิกา บ่ายสามโมงครึ่ง ธนาคารปิดแล้ว ผมยืดเวลาพักให้ตัวเองยาวอีกซักหน่อย เพื่อทานอาหารกลางวันมื้อนี้
โต๊ะของชีล่าเรียกเก็บเงิน เธอเดินผ่านโต๊ะของเรา หันมาสบตาผม คราวนี้ผมชิงยิ้มให้เธอก่อน
“แวะมาที่ร้านบ้างนะ” เธอพูด
“ครับ” ผมตอบ
ชีล่ายิ้มให้ผม ก่อนจะเดินออกจากร้านตามชายทั้งสองไป
มันเป็นบ่ายวันจันทร์ที่แสนยาวนาน แต่ก็ไม่ได้แย่นักหรอก …
-------------
จบแร้ว ง่ายๆ อย่างนั้นเลย จริงๆคิดต่อไว้ แต่เดี๋ยวจะดราม่าเกิน เลยแบบนี้ดีกว่า :) ไว้ดราม่าต่อวันหลัง อือ แต่ถึงตอนนี้ ทัตสึมิก็เริ่มจะชัดเจนขึ้นแล้วละนะ



เชคเนี่ยน้า เชคจำรายละเอียดปลีกย่อยพวกนั้นได้ด้วยเหรอ? หลายๆ อย่างอะนะ
อ่านแล้วอีฟปลื้มนะอีฟปลื้ม ,,- -,, (ขอยืมอีโมติคอนใช้หน่อย)
แล้วก็หมออัลน่ะ หมออัลในเอนทรี่นี้เซ็กซี่เร้าใจมากค่ะ อ่านจบรู้สึกว่าหมอน่าสนขึ้นมามากกว่าเดิมอีก
#1 By อีฟ on 2009-10-26 23:37